ความสัมพันธ์แบบทวิภาคีระหว่างไทยกับฮังการี

Bilateralrelations

ประเทศฮังการี  อยู่ในบริเวณที่ราบ Carpathian ในโซนยุโรปกลาง ไม่มีทางออกสู่ทะเล มีภูมิอากาศค่อนข้างอบอุ่น ในฤดูหนาวจะหนาวชื้น ส่วนฤดูร้อนก็อบอุ่นดี

การทูต

ประเทศไทยกับประเทศฮังการีได้มีความสัมพันธ์รวมทั้งมิตรภาพดีต่อกันมาเป็นเวลายาวนานมากกว่า 100 ปีแล้ว หากมองย้อนไปในประวัติศาสตร์ ในวันที่ 26 – 30 มิถุนายน พ.ศ. 2440 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเสด็จประพาสฮังการี ซึ่งการประพาสในครั้งนี้ เป็นการเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก  อีกทั้งไทยและฮังการียังได้มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกัน ในวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ.2516 ซึ่งฮังการีก็ได้มีการสร้างสถานทูตประจำในประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2521 นอกจากนี้ ฮังการียังมีการได้เปิดสถานกงสุลแบบกิตติมศักดิ์ ณ เมืองพัทยา ซึ่งสถานกงสุลแบบกิตติมศักดิ์นี้ ได้มีเขตอาณาเขตครอบคลุมไปยังจังหวัดฉะเชิงเทรา, ชลบุรี,  ระยอง, จันทบุรี, ตราด ส่วนประเทศไทยเองก็ได้มีการจัดตั้งสถานทูต กรุงบูดาเปสต์ ในปี พ.ศ. 2532

การท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศฮังการี เริ่มมีการการขยายตัวอย่างต่อเนื่องมีแนวโน้มดีอีกทั้งยังเป็นตลาดใหม่อันน่าสนใจสำหรับประเทศไทยเป็นอย่างมาก  อย่างในปี พ.ศ. 2558 มีชาวฮังการีเดินทางเข้ามาไทยประมาณ 24,000 – 26,000 คน เป็นจำนวนเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถ้าคิดคำนวณแล้วก็เพิ่มขึ้นเป็นร้อยล่ะ 30  ชาวฮังการีเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยอย่างยิ่งกลุ่มที่มาท่องเที่ยวกับครอบครัว, คู่รักฮันนีมูน, กลุ่มผู้สูงอายุ นอกจากนี้มีการคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวฮังการีซึ่งจะเข้ามาในไทยยังมีโอกาสขยายตัวอีกมาก โดยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ทางไทยเที่ยวไทย ก็ได้เปิดสำนักงาน ณ กรุงปรากเพื่อดูแลในทางฝั่งยุโรปกลางและฝั่งตะวันออก จากจุดนี้จะช่วยส่งเสริมตลาดในฮังการีได้ดีมากขึ้น

Bilateralrelations-

การค้า

คุณรู้ไหมว่า ประเทศฮังการีเคยเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของประเทศไทยในฝั่งยุโรปกลาง แต่ในปัจจุบันเช็กกลายมาเป็นอันดับ 1 แทน ส่วนฮังการีกลายเป็นที่ 2 ไป ในปี พ.ศ. 2558 การค้าระหว่างไทยกับฮังการีมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 616.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไทยได้ทำการส่งออกไปเป็นจำนวน 455.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำเข้ามาจำนวน 160.85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากตัวเลขนี้จะเห็นได้ว่าไทยได้เปรียบดุลอยู่ 294.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์,  รถยนต์และส่วนประกอบของรถยนต์, อุปกรณ์ไฟฟ้า, หม้อแปลงไฟฟ้า, ผลิตภัณฑ์อันทำมาจากยางพารา  ส่วนสินค้าอันมีอัตราการขยายตัวสูงคือ เครื่องหนังและคอมเพรสเซอร์แอร์, ส่วนสินค้าที่ไทยนำเข้าจากฮังการี ได้แก่ รถยนต์, เครื่องจักรกล, เครื่องจักรไฟฟ้า,  สัตว์รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากสัตว์, ผลิตภัณฑ์ยาเวชกรรม เป็นต้น